Cashless society คืออะไร ? มีความสำคัญอย่างไรในยุคปัจจุบัน

Cashless society คืออะไร ? มีความสำคัญอย่างไรในยุคปัจจุบัน

Cashless Society, คืออะไร, ความสำคัญ, ธุรกรรม, อิเล็กทรอนิกส์, กระเป๋าเงิน, ออนไลน์, สะดวกสบาย

Cashless Society หรือสังคมไร้เงินสดคืออะไร ? หลายคงจะเคยได้ยินคำนี้และรู้จักแล้ว สำหรับสังคมไร้เงินสดนั่นก็คือการที่กระแสการใช้จ่ายของผู้คนเปลี่ยนจากการใช้ธนบัตรหรือเงินจริงๆ เป็นการแลกเปลี่ยนกันด้วยช่องทางอื่นที่ทำให้เราไม่จำเป็นต้องพกเงินจำนวนมากอีกต่อไป ซึ่งมีความสำคัญอย่างไรนั้น เราจะอธิบายให้ทุกคนได้อ่านกันตอนหลัง

สำหรับสังคมไร้เงินสดนั้น ในประเทศไทยนั้นเริ่มต้นมายังไม่นานเท่าไหร่นัก โดยเริ่มต้นมาจากพฤติกรรมของผู้คนที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนมากขึ้น เป็นผลให้หลายๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้เกิดการปรับตัว หันมาให้บริการธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลาย เป็นผลทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ทางการเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น กระเป๋าเงิน Online การชำระค่าสินค้าผ่าน QR Code บัตรเดบิต และบัตรเครดิต บัตรรถไฟฟ้าแบบดิจิตอล แอปพลิเคชั่นธนาคารสำเร็จรูป และช่องทางอื่นๆ ที่ช่วยให้การใช้จ่ายของเราไม่จำเป็นต้องพกพาเงินสดอีกต่อไป

 

สังคมไร้เงินสด คืออะไร ความสำคัญและข้อดีเป็นอย่างไร

Cashless Society, คืออะไร, ความสำคัญ, ธุรกรรม, อิเล็กทรอนิกส์, กระเป๋าเงิน, ออนไลน์, สะดวกสบาย

ในปัจจุบันนั้น สังคมไร้เงินสดก็ยังคงมีผู้ให้ความสนใจว่าคืออะไร ซึ่งเราได้อธิบายไปแล้วในช่วงต้น และเราจะพาทุกคนไปดูกันว่า ความสำคัญและข้อดีของสังคมไร้เงินสดนั้นมีอะไรบ้าง

 

1. จำเป็นสำหรับการพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิตอล

สังคมไร้เงินสดนั้นจำเป็นสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในยุคดิจิตอลมาก เพราะเมื่อมีการปรับให้พฤติกรรมการใช้จ่ายให้กลายเป็นแบบไร้เงินสดนั้น ก็จะมีการพัฒนาในด้านอื่นๆ ต่อไปในลักษณะของลูกโซ่ เช่น พัฒนาระบบการรับชำระเงิน ปรับปรุงกฎหมายให้เข้ากับยุคสมัย พัฒนาเทคโนโลยีของระบบธนาคาร เปลี่ยนแปลงค่านิยมของผู้คนในเรื่องการใช้จ่ายเงิน ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการเงินมีความหลากหลายมากขึ้น หน่วยงานจะเริ่มใช้ระบบการเงินแบบดิจิตอลกันมากขึ้น ความสะดวกสบายในการใช้จ่ายจะเพิ่มมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์ธนบัตร เป็นต้น

 

2. ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย

แน่นอนว่าเมื่อมีการรองรับการชำระเงินที่หลากหลายมากขึ้น การใช้จ่ายของหรือการใช้ชีวิตของประชาชนก็จะมีความสะดวกสบายมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น บัตรรถไฟฟ้าแบบออนไลน์ ช่วยลดขั้นตอนการใช้งานลงไปหลายขั้นตอนมาก จากเดิมจะต้องเติมเงินที่เคาน์เตอร์ในสถานีเท่านั้น ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย โดยการสามารถเติมเงินได้ที่ไหนก็ได้ ผ่านบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต  หรือบางประเทศก็รองรับการจ่ยเงินค่ารถไฟฟ้าผ่านบัตรเครดิตและเดบิต เพียงแตะบัตรดังกล่าวที่ประตูอัตโนมัติ ก็สามารถโดยสารรถไฟฟ้าได้ทันที ลดขั้นตอนความวุ่นวายที่สถานีได้มากเลยทีเดียว

 

3. ความปลอดภัยสูง ไม่ต้องกลัวทำทำเงินหล่นหาย

การใช้จ่ายในแบบสังคมไร้เงินสดนั้น ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้จ่ายให้มากขึ้น เพราะเวลาที่เราจ่าย เราแค่จ่ายไปตามจำนวนที่ใช้จริงเท่านั้น ไม่ต้องรอเงินทอน ไม่ต้องกลัวว่าจะทำเงินหล่นหายที่ไหนอีกต่อไป แต่ก็ต้องมีสติ คอยเช็คว่าจำนวนเงินที่เราจ่ายไปนั้นถูกต้องไหม เพราะไม่อย่างนั้นก็ถือว่าสูญเปล่า นอกจากนั้น การที่เรารับชำระเงินแบบออนไลน์ ทำให้เราค่อนข้างมั่นใจได้ว่า เงินจะส่งตรงถึงบัญชีเราอย่างแน่นอน

 

4. จัดการเรื่องเงินได้ดีมากขึ้น

การทำธุรกรรมทางออนไลน์นั้น มีการบันทึกการทำรายการแต่ละอย่างไว้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งช่วยให้เราสามารถจัดการการเงินของตัวเองได้ดีมากขึ้น เช่น ตรวจสอบรายการค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น จำนวนเงินออกและเข้าบัญชีในแต่ละเดือน ตรวจสอบรายได้ของการขายสินค้ารายวัน เป็นต้น

 

5. รัฐบาลสามารถเรียกเก็บภาษีจากประชาชนได้ถูกต้องมากขึ้น

แน่นอนว่าเมื่อการธุรกรรมทำให้มีเงินไหลเวียนเข้าบัญชีของแต่ละคนมากขึ้น ทำให้รัฐบาลสามรถตรวจสอบได้ว่าผู้ใดที่มีเงินรายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีบ้าง และเรียกเก็บภาษีได้โดยอ้างอิงจางยอดเงินที่ผ่านเข้าสู่บัญชี โดยเงินรายได้จากภาษีก็จะถูกนำไปพัฒนาประเทศให้มีความเจริญรวมถึงสวัสดิการที่ดีมากขึ้น

 

สังคมไร้เงินสดนั้น แม้หลายคนมองว่าการเงินบนโลกออนไลน์นั้นมีความปลอดภัยและสะดวกสบายมาก แต่ก็อย่าลืมว่าเหรียญทุกอันมีสองด้าน ดังนั้นก็ย่อมมีข้อเสียอยู่บ้างเหมือนกัน เช่น ถ้าหากเราถูกแฮกข้อมูล ก็จะเกิดความเสียหายแก่เราได้ ดังนั้นหากเรามีการเตรียมพร้อมตัวเองให้ดี ทำความเข้าใจกับการเงินในโลกออนไลน์ สังคมไร้เงินสดก็จะสร้างประโยชน์ให้เราได้มากกว่าสร้างข้อเสียนะครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง