10 วิธีคลายเครียดในวันหยุด สไตล์มนุษย์เงินเดือน 2020

10 วิธีคลายเครียดในวันหยุด สไตล์มนุษย์เงินเดือน 2020

คลายเครียด, วันหยุด, มนุษย์เงินเดือน

มนุษย์วัยทำงานอย่างเราแน่นอนว่าโหยหาสุดสัปดาห์เป็นที่สุด เพราะเป็นวันที่จะได้คลายเครียดจากการงานตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา วันหยุดจึงเป็นวันที่มนุษย์เงินเดือนรอคอยให้มาถึงเร็วๆ บางคนก็นับวันรอ หรือบางคนก็ถึงกับบ่นตั้งแต่วันจันทร์เลยว่า “เมื่อไหร่จะเสาร์-อาทิตย์”

ดังนั้นเมื่อใกล้วันพักผ่อนสุดสัปดาห์เข้ามาแล้ว วัยทำงานก็ควรที่จะแพลนชีวิตประจำวันในวันเสาร์-อาทิตย์ว่าจะทำอะไรกันบ้าง ซึ่งหลายคนคงมีอยู่ในใจกันแล้ว แต่สำหรับบางคนที่วันๆ ใช้ชีวิตอยู่แต่กับการทำงาน ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีเสาร์-อาทิตย์นี้ เรามีสิ่งดีๆ จะมาแบ่งปันให้กับทุกคนได้อ่านกัน

 

กิจกรรมในวันหยุด สไตล์มนุษย์เงินเดือน 2020

คลายเครียด, วันหยุด, มนุษย์เงินเดือน

เมื่อวันหยุดมาถึงแล้ว มนุษย์เงินเดือนหลายคนคงดีใจไม่ใช่น้อย เพราะจะได้ทำกิจกรรมสารพัดอย่างที่ตัวเองต้องการเสียที ซึ่งอย่างที่บอกไปด้านบนว่าหลายคนก็มีแพลนในใจแล้ว แต่สำหรับบางคนก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ดังนั้นเราจะขอแนะนำ 10 กิจกรรมที่น่าทำในวันเสาร์-อาทิตย์แห่งการพักผ่อนมาให้ทุกคนได้อ่านกัน

คลายเครียด, วันหยุด, มนุษย์เงินเดือน

1. นอน

อาจจะฟังดูเป็นกิจกรรมที่สิ้นคิดสำหรับวันหยุด แต่รู้หรือไม่ว่า ถ้าเราใช้เวลานอนเพิ่มจากวันธรรมดาอีกเพียง 1-2 ชั่วโมง หรือนอนให้ครบ 8-9 ชั่วโมง จะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นมากขึ้น และพร้อมเริ่มสัปดาห์ใหม่ เหมือนเป็นการชาร์จพลังงานในตัวเรา

2. ทำกิจกรรมกลางแจ้ง

หากไม่อยากนอน ลองลุกออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งทั้งหลาย เช่น วิ่งจ็อกกิ้ง เล่นแบตมินตัน ปั่นจักรยาน เตะฟุตบอล หรือการออกกำลังกายอื่นๆ ก็จะช่วยเพิ่มความสนุก ลดความเครียดและความเหนื่อยล้าลงได้ นอกจากนั้นก็ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงอีกด้วย

3. ใช้เวลากับ Social Network

ในวันธรรมดา หลายๆ คนอาจไม่ค่อยได้เข้าเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม เท่าไหร่นัก เพราะวันๆ ก็หมดไปกับการทำงาน อาจจะไม่ค่อยได้ติดต่อกับใคร การเพิ่มเวลาเล่นโซเชี่ยล ก็ช่วยให้ลดความเครียดได้ เพราะเราจะได้แชทกับเพื่อนหรือคนรู้จัก หรือติดตามข่าวสารที่ต้องการรู้ ก็เป็นการผ่อนคลายไปอีกแบบหนึ่ง

4. ใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัว

ในวันทำงาน เราก็จะไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัวสักเท่าไหร่ เพราะต่างคนก็มีสิ่งที่ต้องทำต่างกันไป บางคนก็อยู่นอกบ้านมากกว่าอยู่ในสบายเสียอีก วันหยุดนี้ลองหันกลับไปทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัว พบปะสังสรรค์กับเพื่อน กินข้าวและพูดคุยด้วยกันสักมื้อ ทำแบบนี้ช่วยลดความเครียดและเพิ่มความสุขได้เยอะเลยทีเดียว

5. ทำกิจกรรมในร่ม

กิจกรรมในร่มในที่นี้คือการผ่อนคลายตนเองด้วยการอ่านหนังสือที่ชอบ ฟังเพลงที่ใช่ หรือนั่งจิบกาแฟชมท้องฟ้าหรือสายฝน เปิดเพลงเบาๆ คลอไปกับการทำกิจกรรมต่างๆ ภายในบ้าน หรือพกหนังสือไปอ่านที่ห้องสมุด ร้านกาแฟ ก็ผ่อนคลายไม่เบาเลย

6. เรียนรู้สิ่งใหม่

ถือเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะช่วยให้เราเปิดโลกกว้างได้มากขึ้น เพราะการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด เราจึงควรที่จะสรรหาความรู้เพิ่มเติมเข้าในสมองเรา อาจจะเป็นการเรียนรู้ในเรื่องที่เราสนใจ หรือเรื่องที่ยังไม่ถนัด ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย

7. มองย้อนอดีต

มองย้อนอดีตนี้ไม่ใช่ว่ามองย้อนไปเป็นปีหรือหลายสิบปี แต่ให้เป็นการดูภาพรวมของสัปดาห์ที่ผ่านมาว่ามีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตของเราบ้าง เราทำอะไรสำเร็จ อะไรที่ยังไม่ได้ทำ สิ่งที่ได้ที่เราทำผิดพลาด และเราแก้ไขอย่างไร เพื่อให้รู้ตัวเอง และพัฒนาตนเองได้

8. แพลนสิ่งที่จะทำในสัปดาห์หน้า

ในเวลาว่างๆ สุดสัปดาห์นี้ลองทำรายชื่อสิ่งที่เราคิดว่าจะทำในอาทิตย์หน้ามาเป็นข้อๆ แล้วพกเป็นโน้ตติดกระเป๋าสตางค์ไป ในทุกวันเราก็ดูว่าเราทำอะไรไปแล้วบ้าง แต่ไม่จำเป็นต้องยึดตามแผนที่เรากำหนดไว้เป๊ะ เพราะจะกลายเป็นว่าเครียดมากกว่าเดิมซะเปล่า

9. ดูซีรี่ส์ที่ชอบ

วันธรรมดาเราอาจจะไม่ค่อยว่างดูซีรี่ส์เท่าไหร่ เพราะกลับบ้านมาก็อยากจะนอนแล้ว ดังนั้นวันหยุดนี้ลองหยิบซีรี่ส์เรื่องโปรดของคุณที่ยังดูไม่จบออกมาดูต่อ นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับเนื้อเรื่องแล้ว ก็จะทำให้เราผ่อนคลายความเครียดลง หรือบางทีก็อาจจะได้เสียน้ำตาก็ได้

10. ทำในสิ่งที่อยากทำ (ที่ทำในเวลางานไม่ได้)

เราทุกคนล้วนมีสิ่งที่อยากจะทำแต่ทำไม่ได้เพราะเราไม่มีเวลา ดังนั้นไหนๆ วันหยุดเราก็มีเวลาแล้ว เราก็สามารถเริ่มทำได้เลย เช่นถ้าเราอยากจะเล่นเครื่องดนตรีสักเครื่อง แต่เราไม่มีเวลาว่างเลย วันหยุดเราก็ลองจับมาเล่น โดยอาจจะเริ่มจากการเล่นบนสมาร์ทโฟนก่อนให้ได้สักเพลง แล้วค่อยขยับไปจับของจริงเป็นขั้นๆ ไป

 

10 ข้อข้างบนถือเป็นกิจกรรมที่ทำให้เราได้ใช้เวลาว่างอย่างมีคุณภาพ ทำให้ชีวิตมีความสุข สุขภาพดีมากขึ้น รวมถึงเป็นการเตรียมพร้อมกับวันทำงานที่จะมาถึงอีกด้วย ซึ่งช่วยให้เราสร้างสมดุลในชีวิตการงานและชีวิตส่วนตัวได้ ใครที่เครียดในวันทำงานก็อย่าเครียดมากจนเกินไป อย่าลืมว่ายังมีวันหยุดรออยู่

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Medium

บทความที่เกี่ยวข้อง