ชีวิตประจำวันในวันทำงาน และการเดินทางไปท่องเที่ยวสไตล์มนุษย์เงินเดือน

ชีวิตประจำวัน, การเดินทาง, ท่องเที่ยว

ชีวิตประจำวันของมนุษย์เงินเดือน

ชีวิตประจำวัน, การเดินทาง, ท่องเที่ยว

ในโลกของการทำงานที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน เราต่างก็แข่งขันกันเพื่อความอยู่รอด ทำให้ชีวิตประจำวันของมนุษย์เงินเดือนมีแต่ความตึงเครียด ความเร่งรีบ โดยเฉพาะการเดินทางที่ต้องพบเจอกับรถติด ผู้คนมากมายที่เบียดเสียดแย่งกันขึ้นรถโดยสารสาธารณะ รถไฟฟ้า BTS MRT ฯลฯ ไม่เว้นแม้แต่คนที่ขับรถไปทำงานเอง ก็ต้องเผชิญกับการจราจรที่หนาแน่นเช่นกัน ทำให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ต้องเผื่อเวลาในการเดินทางไปทำงานวันละหลายๆ ชั่วโมง เพราะกว่าที่เราจะไปถึงที่ทำงานได้ ก็ทำเอาหมดพลังงานกันไปเยอะทีเดียวค่ะ จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราถึงควรแบ่งเวลาออกไปท่องเที่ยวในวันหยุดบ้าง? สาเหตุก็เพราะว่าจะได้ไปพักผ่อน ชาร์จพลัง ให้มีแรงในการกลับมาทำงานอีกครั้งนั่นเองค่ะ

นอกจากความเร่งรีบ ความตึงเครียดที่มนุษย์เงินเดือนจะต้องพบเจอในทุกๆ วัน แต่พวกเขาก็สามารถที่จะจัดการกับมันด้วยการแบ่งเวลาออกไปท่องเที่ยวในวันหยุด โดยกิจกรรมในชีวิตประจำวันอีกอย่างหนึ่งที่สามารถจัดการกับความตึงเครียดนี้ได้เป็นอย่างดี และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยก็คือการออกกำลังกายนั่นเองค่ะ เพราะประโยชน์ของการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันนั้นมีมากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง ทำให้อวัยวะต่างๆ มีการทำงานได้ดีขึ้น ช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้ และยังช่วยให้สุขภาพจิตดีอีกด้วย เนื่องจากการออกกำลังกายสามารถทำให้หายเครียดและลดความวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี ทำให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้น โดยเราสามารถฝึกทำท่าออกกำลังกายในชีวิตประจำวันได้ง่ายๆ ที่บ้าน แบบไม่ต้องออกไปไหน ได้ดังนี้

1. ท่ากระโดดตบ เริ่มจากยืนให้เท้าห่างกันเล็กน้อย วางแขนไว้ที่ด้านข้างลำตัว กระโดดขึ้นโดยแยกเท้าออกให้ความกว้างเท่าหัวไหล่และยกมือทั้งสองข้างขึ้นสัมผัสกันเหนือศีรษะ แล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้น การกระโดดตบประมาณ 20 ครั้ง เพื่อยืดกล้ามเนื้อแขน ขา สะโพก ข้อเท้า และสัดส่วนอื่นๆ เกือบทั่วร่างกาย จะทำให้คุณพร้อมออกกำลังกายในท่าถัดไป

ชีวิตประจำวัน, การเดินทาง, ท่องเที่ยว

2. ท่าวิดพื้น เป็นท่าออกกำลังกายพื้นฐานที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย รวมทั้งเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าอก หน้าท้อง แขนและต้นขาให้แข็งแรง เพียงนอนคว่ำลงกับพื้น แล้ววางฝ่ามือลงยันตัวขึ้น ให้ปลายเท้าจิกกับพื้น ค่อยๆ ยกร่างกายส่วนบนขึ้น และลดตัวลงให้หน้าอกใกล้กับพื้นมากที่สุด

ชีวิตประจำวัน, การเดินทาง, ท่องเที่ยว

3. ท่าลุกนั่ง แยกเท้าทั้ง 2 ข้างออกเล็กน้อย ยื่นแขนออกมาให้ขนานกับลำตัว ย่อตัวลงไป และยืดกลับท่าเดิม ทำอย่างน้อย 10-15 ครั้ง ท่านี้สามารถทำได้ขณะดูทีวี หรือแม้แต่ขณะอยู่ในห้องน้ำ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อส่วนล่าง และลดต้นขาได้ด้วย

ชีวิตประจำวัน, การเดินทาง, ท่องเที่ยว

4. ท่าดันกำแพง เป็นการบริหารกล้ามเนื้อช่วงบน ให้มองหาฝาผนังบ้านที่มีพื้นที่ว่างๆ โดยยืนห่างจากกำแพงพอประมาณ เกร็งลำตัวให้ตรง ใช้มือทั้ง 2 ข้างดันกำแพงไว้ แล้วผลักลำตัวเข้าหากำแพง จากนั้นดันลำตัวออกจากกำแพงให้สุดแขน ทำ 10-15 ครั้ง ท่านี้เป็นท่าเดียวกับการนอนวิดพื้น แต่เปลี่ยนจากนอนเป็นยืนดันกำแพง จะทำให้ช่วงแขนแข็งแรง และหน้าอกกระชับขึ้น

ชีวิตประจำวัน, การเดินทาง, ท่องเที่ยว

5. ท่าซิทอัพ เริ่มต้นซิทอัพโดยนอนหงายบนพื้น งอเข่าโดยวางฝ่าเท้าราบไปกับพื้น งอข้อศอกและประสานมือไว้บริเวณท้ายทอย หรือวางปลายนิ้วไว้เหนือใบหู ยกไหล่ขึ้นจากพื้นโดยเกร็งกล้ามเนื้อท้องไว้ ไม่ควรยกตัวขึ้นมาจนกลายเป็นท่านั่ง แต่ควรยกไหล่จนรู้สึกว่ากล้ามเนื้อท้องเกร็งเต็มที่ คุณสามารถเกร็งกล้ามเนื้อท้องค้างไว้สักสองสามวินาทีก่อนจะนอนกลับไปบนพื้นได้ เริ่มต้นซิทอัพ 10-15 ครั้ง แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้นจนกระทั่งกล้ามเนื้อแข็งแรง

ชีวิตประจำวัน, การเดินทาง, ท่องเที่ยว

6. ท่ายกขา การออกกำลังกายท่านี้เหมาะกับการกับสร้างและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา หากคุณทำท่านี้แบบเหยียดขาตรงไม่ได้ ให้งอเข่าเล็กน้อย นอนบนเสื่อโยคะโดยประสานมือไว้บริเวณท้ายทอยหรือวางไว้บนหน้าอก เกร็งกล้ามเนื้อท้องและสะโพก ยกขาทั้งสองข้างขึ้นมาโดยเหยียดค้างไว้หรืองอเข่าเล็กน้อย ลดขาลงจนอยู่เหนือพื้น 1 นิ้ว โดยที่ยังเกร็งหน้าท้อง แล้วยกขาขึ้นอีกครั้ง ทำซ้ำ 5 เซ็ต เซ็ตละ 10 ครั้ง

ชีวิตประจำวัน, การเดินทาง, ท่องเที่ยว

7. ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ เวลานั่งทำงานเป็นเวลานานๆ จะปวดเมื่อยได้ง่าย ควรยืดเหยียดร่างกายบ่อยๆ อย่างบริเวณลำคอ โดยการนั่งตัวตรง ตะแคงศีรษะไปด้านข้างช้าๆ ใช้มือช่วยกดศีรษะเบาๆ จนรู้สึกตึงบริเวณกล้ามเนื้อบ่า และคอด้านขวา ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง แล้วสลับข้าง จะช่วยให้ผ่อนคลายร่างกายมากขึ้น

ชีวิตประจำวัน, การเดินทาง, ท่องเที่ยว

การเดินทางไปท่องเที่ยวสไตล์มนุษย์เงินเดือน

ชีวิตประจำวัน, การเดินทาง, ท่องเที่ยว

ถึงแม้มนุษย์เงินเดือนจะมีชีวิตประจำวันที่ดูวุ่นวาย เร่งรีบ แถมเวลาทำงานก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดและการแข่งขันอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่มีเวลาในการเดินทางออกไปท่องเที่ยว เพียงแค่เราต้องรู้จักบริหารจัดการเวลา วางแผน กำหนดสถานที่แ ละวันเวลาที่จะไปเที่ยวให้ดี ไม่ให้มีผลกระทบต่องาน แล้วการออกไปเที่ยวพักผ่อนชาร์จพลังของคุณก็จะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่ะ

เริ่มต้นด้วยการกำหนดสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไป โดยต้องคำนึงถึงจำนวนวันลาว่าสามารถลางานได้กี่วัน ถ้ามีวันลาน้อยคุณก็ควรเลือกเที่ยวภายในประเทศใกล้ๆ ก็พอค่ะ แต่ถ้าหากคุณมีวันลาเหลือเยอะ คุณก็คงต้องตัดสินใจแล้วล่ะค่ะว่าอยากจะไปเที่ยวต่างประเทศในแถบเอเชียหรือแถบยุโรป เมื่อตัดสินใจได้แล้วคุณก็ต้องเช็คอายุพาสปอร์ตของคุณดูว่ามีอายุอย่างน้อย 6 เดือนก่อนหมดอายุหรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วคุณจะไม่สามารถใช้ในการขึ้นเครื่องบินได้ นอกจากนี้ก็ต้องตรวจสอบว่าประเทศที่คุณจะเดินทางไปนั้นต้องใช้วีซ่าหรือเปล่า ถ้าใช้คุณก็ควรจะต้องเตรียมตัวขอวีซ่าก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วัน เหตุผลเพราะโดยส่วนใหญ่แล้วแต่ละสถานทูตจะใช้เวลาพิจารณาวีซ่าอย่างน้อย 15 วันทำการ (ไม่นับเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดต่างๆ) นั่นเองค่ะ และสิ่งที่คุณต้องทำเป็นลำดับต่อมาก็คือการจองตั๋วเครื่องบิน รวมไปถึงการจองที่พักหรือโรงแรมต่างๆ เมื่อคุณทำการจองทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว เรื่องต่อไปที่จะต้องทำก็คงเป็นการเตรียมตัวในการเดินทาง คุณควรเตรียมหาซื้อสิ่งของจำเป็นที่จะต้องใช้สำหรับการท่องเที่ยวในครั้งนี้ และคุณก็ควรศึกษาหาข้อมูลของสถานที่ที่จะไปด้วยว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอะไรบ้าง ภาษาที่ใช้ อาหารการกินเป็นอย่างไร และในขั้นตอนสุดท้ายที่คุณควรคำนึงถึงมากที่สุดก็คือการบริหารจัดการเวลาในการทำงานก่อนที่จะถึงวันลาไปเที่ยว คุณต้องดูว่าการทำงานในชีวิตประจำวัน ทำอะไรบ้าง แล้วเคลียร์งานที่คั่งค้างของคุณให้เสร็จเรียบร้อย เพื่อไม่ให้มีงานตกค้างเป็นภาระของผู้อื่นระหว่างที่คุณต้องเดินทางไปเที่ยว แล้วคุณก็จะได้เดินทางไปท่องเที่ยวแบบสบายหายห่วง ฟินๆ กันไปค่าาาาา

บทความที่เกี่ยวข้อง