[คู่มือน้องใหม่] พนักงานใหม่ จะทำอย่างไรให้ผ่านโปร ???

[คู่มือน้องใหม่] พนักงานใหม่ จะทำอย่างไรให้ผ่านโปร ???

คู่มือน้องใหม่, ทำอย่างไร, ผ่านโปร, ทดลองงาน, พนักงานใหม่, ประเมินศักยภาพ, เรียนรู้งาน, เพื่อนร่วมงาน

พบกันอีกครั้งกับคู่มือน้องใหม่บทความที่ 3 ซึ่งในคราวนี้เราจะมาในส่วนของหลังจากการเข้ามาทำงานแล้ว ก็จะมีส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิตของการทำงาน ซึ่งก็คือช่วงโปรในการทำงาน หรือการทดลองทำงานในช่วงแรกนั่นเอง ซึ่งน้องใหม่ในการทำงาน อาจจะสงสัยว่าโปรคืออะไร และทำอย่างไรถึงจะผ่านโปรในการทำงานไปได้ วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูข้อมูลกันครับ

สำหรับช่วงโปรนั้น เป็นคำย่อมาจาก Probation Period หรือช่วงของการทดลองงานนั่นเอง ซึ่งแทบจะในทุกองค์กร หากมีการรับพนักงานใหม่เข้าไปทำงานภายในองค์กร ก็จะต้องมีการกำหนดเกณฑ์หรือเงื่อนไขในการประเมินศักยภาพของพนักงานในช่วงแรก ซึ่งก็มักจะใช้ระยะเวลาในการประเมินอยู่ที่ 3-4 เดือนแล้วแต่บริษัท โดยระยะเวลานี้มักจะเริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน และไปสิ้นสุดเมื่อครบตามกำหนดเวลาที่ได้ตกลงในเวลาเซ็นสัญญา ซึ่งในระหว่างเส้นทาง 3-4 เดือนแรกนั้น ก็จะมีการติดตามและประเมินผลงานจากฝ่ายที่สำคัญๆ เช่น หัวหน้างาน ฝ่ายบุคคล และในช่วงก่อนครบกำหนดเวลา ทางองค์กรก็จะมีการเรียกตัวพนักงานเข้าไปคุยในเรื่องของผลการประเมินผ่านการทดลองทำงาน ซึ่งโดยส่วนมากจะแจ้งให้พนักงานล่วงหน้าทราบ 30 วันก่อนครบกำหนดเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายแรงงาน ในกรณีที่ผ่านการทดลองทำงาน หรือผ่านช่วงโปร ก็จะถูกปรับเป็นพนักงานประจำหรือต่อสัญญา (แต่ละองค์กรมีเงื่อนไขต่างกัน) และถ้าไม่ผ่านช่วงโปร หรือไม่ผ่านการทดลองทำงาน ก็จะมีสองทาง นั่นคือต้องออกจากงาน หรือต่อโปรไปอีก 1 เดือน เรียกได้ว่าช่วงแรกของการทำงาน พนักงานส่วนมากแทบจะเป็นแค่พนักงานชั่วคราวเท่านั้น เมื่อผ่านช่วงโปร จึงจะเรียกได้ว่าก้าวเท้าเข้าสู่บริษัทอย่างแท้จริง

 

ทำอย่างไรถึงจะผ่านโปร ???

คู่มือน้องใหม่, ทำอย่างไร, ผ่านโปร, ทดลองงาน, พนักงานใหม่, ประเมินศักยภาพ, เรียนรู้งาน, เพื่อนร่วมงาน

สำหรับพนักงานหรือน้องใหม่ของการทำงานอาจจะสงสัยว่า แล้วเราต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะผ่านโปรของที่ทำงานไปได้ วันนี้เราก็จะมาแนะนำวิธีดีๆ กันครับ

 

ทำตามระเบียบและวิถีขององค์กร

องค์กรหรือบริษัทแต่ละที่ต่างก็มีข้อกำหนด กฎเกณฑ์ และวิธีการปฏิบัติในการทำงานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่วนนี้เราจะรู้จากการ Orientation ในวันแรกที่เข้าทำงาน ซึ่งในช่วงสามเดือนแรก เราควรจะปฏิบัติตามกฎของที่ทำงานอย่างเคร่งครัด พยายามขาด ลา มาสายให้น้อยที่สุด ซึ่งนอกจากเรื่องการเข้างานแล้ว ก็อาจจะมีในเรื่องของการแต่งกาย ที่ควรทำตามแนวทางของบริษัทอย่างเคร่งครัด หรือถ้าองค์กรใดไม่ได้เน้นกฎเกณฑ์เหล่านี้ แต่ไปเน้นที่คุณภาพของงาน เราก็ควรทำงานให้เต็มที่ตามเกณฑ์ที่ทางบริษัทกำหนดไว้ และไม่ควรทำผิดกฎของบริษัทในช่วงแรกจะดีที่สุด

 

ทำงานให้ได้ตามเกณฑ์ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

การทำงานในช่วงแรกนั้น ถือเป็นช่วงของการเรียนรู้แนวทางการทำงานขององค์กร และเป็นช่วงที่ผลงานถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการใช้เป็นเกณฑ์ประเมินผ่านหรือไม่ผ่านโปร ในช่วงนี้เราจึงควรทำงานให้ได้ตามเป้าอยู่เสมอ นอกจากนั้นก็ต้องรอบคอบในผลงานที่ทำด้วย ช่วงแรกอาจจะมีผิดพลาดกันได้บ้าง แต่เมื่อทำซ้ำไปเรื่อยๆ แล้วก็ควรจะลดข้อผิดพลาดให้น้อยลง และตัวเราเองควรจะพัฒนาตนเองอยู่อย่างสม่ำเสมอ เรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในช่วงแรก และนำมาปรับแก้ให้เกิดข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด แต่ไม่ต้องถึงขั้นกดดันให้ตัวเอง Perfect 100% เพราะข้อผิดพลาดเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพียงแต่อย่าผิดพลาดในจุดเดิมซ้ำๆ เป็นประจำเท่านั้น แน่นอนว่าถ้าเราทำงานได้อย่างดีเยี่ยมและตามเกณฑ์ที่กำหนดอยู่อย่างสม่ำเสมอ การผ่านโปรก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

 

ผูกมิตรกับเพื่อนร่วมงาน และเคารพผู้ใหญ่อยู่เสมอ

 

เพื่อนร่วมงานก็ถือเป็นบุคคลที่เราจะต้องติดต่อหรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเมื่อเราไปทำงานในช่วงแรกก็ควรที่จะผูกมิตรกับทุกคนไว้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด แม้ข้อนี้อาจจะไม่ใช่เกณฑ์หนึ่งในการกำหนดว่าเราจะผ่านโปรหรือไม่ แต่หากเรามีปัญหากับเพื่อนร่วมงานขึ้นมา ก็อาจจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของเรา และอาจจะส่งผลให้เราทำงานไม่ถึงเป้าและทำให้ไม่ผ่านโปรขึ้นได้ ดังนั้นผูกมิตรกับทุกคนไว้ และเคารพนอบน้อมผู้ใหญ่ไว้ก่อนจะดีที่สุด

 

ทำงานให้เต็มที่แม้ว่างานนี้อาจจะยังไม่ใช่ตัวเรา

 

การทำงานในครั้งแรกๆ หลายคนอาจจะประสบปัญหาว่างานที่มาทำอาจจะยังไม่ใช่หรือทำงานไปแล้วพบปัญหาต่างๆ ที่อาจจะทำให้รู้สึกว่าองค์กรหรืองานนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่มีความสุขหรือถนัดกับการทำมากนัก ให้เราพยายามทำงานให้เต็มที่ที่สุดก่อน เพื่อให้ความพยายามของเรานั้นเป็นตัวประเมินเบื้องต้นว่าเราเหมาะสมกับงานนี้หรือไม่ หากในอนาคตเราสามารถหาจุดที่ปรับตัวเข้ากับงานได้แล้ว ก็จะช่วยให้ผลงานที่ผ่านมาของเราไม่แย่จนเกินไป นอกจากนั้นการพยายามเต็มที่กับงานก็จะทำให้ไม่ถูกมองว่าเป็นคนไร้ความรับผิดชอบอีกด้วย ซึ่งในสุดท้ายหากงานที่ทำไม่ใช่จริงๆ เราก็สามารถปรึกษากับฝ่ายบุคคลหรือหัวหน้างานเพื่อปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้

 

อย่างไรก็ตาม ผลของการประเมินนั้นก็มีจุดสิ้นสุดอยู่สองแบบ (ในกรณีที่ไม่ได้ลาออกจากงานก่อน) นั่นก็คือ “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน” ซึ่งแน่นอนว่าผลที่ได้นั้นล้วนแต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการทำงานของเรา ซึ่งมาจากการประเมินของหัวหน้างานเราที่ก็ถือเป็นเพื่อนร่วมงานของเรา ดังนั้นในช่วงแรกของการเรียนรู้งานและลงมือปฏิบัติงาน เราก็ควรเต็มที่กับงานและสร้างผลงานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเพื่อให้ผู้ประเมินนั้นเห็นว่าเรามีศักยภาพในการทำงานที่นี่จริงๆ เมื่อเรามั่นใจและเต็มที่กับงานแล้ว แน่นอนว่าการผ่านช่วงโปรก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนครับ แต่สำหรับใครที่อาจจะรู้สึกว่างานที่ทำยังไม่ใช่ ก็ขอให้เต็มที่กับงานไปก่อน หรือไม่หากอับจนหนทางแล้ว ก็อาจจะปรึกษาผู้มีประสบการณ์หรือบุคคลที่ไว้ใจได้ แล้วจึงตัดสินใจว่าจะทำต่อไปหรือออกไปหาสิ่งที่เหมาะสมมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดาของโลกการทำงาน ดังนั้นหากเราไม่ไหวกับงานนี้จริงๆ ปรึกษาหัวหน้าหรือฝ่ายบุคคลก็ถือเป็นทางออกที่ดีเช่นกันครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง
Jobs aSearcher