คน 10 ประเภทที่ไม่คุ้มค่าแก่การจ้าง! มีคนประเภทไหนกันบ้างมาดูกัน


คน 10 ประเภทที่ไม่คุ้มค่าในการจ้าง

“ต้องฝันให้ไกล แล้วก็ต้องพยายามไปให้ถึง”

คนรุ่นใหม่ชอบบ่นอยู่เสมอว่าทุกอย่างบนโลกมันถูกทำไปหมดแล้ว แล้วเขาจะทำอะไรดี แจ็ก หม่า บอกว่าเขาก็เคยคิดแบบนี้เหมือนกันเวลาเห็นผลงาน บิล เกตส์ หรือ สตีฟ จ็อบส์ แต่สิ่งที่เขาสังเกตเห็นคือนักธุรกิจพวกนี้เขาไม่บ่นและลงมือทำ จึงค้นพบว่าที่ใดมีเสียงบ่น ที่นั่นคือโอกาสทางธุรกิจ เพราะเมื่อคุณแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เมื่อไหร่ โอกาสทางธุรกิจเกิดขึ้นได้ทันที Alibaba ก็เกิดขึ้นจากวิธีคิดนี้เหมือนกัน เมื่อนักธุรกิจชาวจีนอยากไปค้าขายในต่างประเทศ แต่มีปัญหาทางด้านเงินทุน และพื้นที่ในการขาย เว็บไซต์นี้จึงสร้างโอกาสให้ทุกคนสามารถออกไปค้าขายได้ทั่วโลก


คน 10 ประเภทที่ไม่คุ้มค่าในการจ้าง


1. คนที่คิดแต่อยากจะหยุดสัปดาห์ละสองสามวัน  

คิดแต่อยากจะหยุด

เวลาเราทำงานแล้วนึกถึงจุดมุ่งหมายของชิ้นงานว่าจะดีหรือจะสำเร็จรึเปล่า ความคิดเหล่านี้มันจะทำให้เกิดพลัง แต่ถ้าคุณคิดถึงแต่วันหยุด เหมือนนักฟุตบอลที่ลงสนามแล้วคิดแค่ว่าเมื่อไรจะหมดเวลา พลังในการเตะฟุตบอลก็คงไม่ดี


2. คนที่คิดแต่จะเข้างานสายและเลิกงานก่อนเวลา

คิดแต่จะเข้างานสาย

ถ้าเรื่องไหนที่คุณรู้สึกว่ามันเป็นธรรม ความรู้สึกของอีกฝ่ายจะคิดว่าคุณกำลังเอาเปรียบเค้าอยู่เสมอ มาตรฐานของคนสองคนไม่เคยเท่ากัน หากเราคิดว่าจ้างเรามาแค่นี้เราก็ทำงานตามเวลาแค่นี้พอ แต่ผู้ว่าจ้างทุกคนไม่มีใครคิดแบบนี้แน่


3. คนที่คิดจะใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ

คิดจะใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ

เป็นความคิดที่ไม่ได้อยากให้คนพึงพอใจกับเงินเดือนประจำที่ได้รับอยู่แค่ในตอนนี้ อยากให้มีความกระหายและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อเพิ่มเงินเดือนให้มากขึ้นเรื่อยๆ


4. คนที่ขาดจุดมุ่งหมาย

ขาดจุดมุ่งหมาย

ถ้าคนที่ไม่มีความมุ่งมั่นก็จะไม่มีพลังในการผลักดันในการทำงาน ซึ่งธุรกิจ Alibaba ของ แจ็ก หม่า นั้นมันมาจากแรงผลักตรงนี้เยอะมาก ถ้าคนที่อยู่ในองค์กรปราศจากแรงผลัก องค์กรนี้ก็จะไปได้ไม่ไกลอย่างที่เค้าต้องการ


5. คนที่ไม่มีความคิดก้าวหน้าไปตามกาลเวลา

ไม่มีความคิดก้าวหน้า

โลกทุกวันนี้คือการปรับตัว การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด มีบทเรียนใหม่ๆ เกิดขึ้นมาตลอดเวลาจนมีคนบอกว่าคอมพิวเตอร์ที่เราเรียนกันในมาหวิทยาลัยวันนี้ พอเรียนจบปีสี่ปุ๊บ ของที่เรียนมาสามปีแรกก็ใช้ไม่ได้แล้วเพราะมันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก หลังจากนั้นเราต้องเรียนรู้ในสิ่งใหม่ต่อไป ซึ่งผู้บริหารที่เก่งๆ หลายคนก็เป็นคนที่พร้อมจะเปิดรับสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอ


6. คนที่ทำงานเฉื่อยชา

ทำงานเฉื่อยชา

เป็นข้อที่พูดแบบตรงไปตรงมา แต่คนทำงานทุกคนนั้นจะให้แอ็กทีฟตลอดเวลาก็คงจะเป็นเรื่องยาก เราอาจจะต้องหาจุดมุ่งหมาย หรือเล่นเกมกับตัวเองว่าจะทำอย่างไรให้ผลงานของตัวเองนั้นดีขึ้นในทุกๆ ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นความเร็วหรือความเรียบร้อย ซึ่งการทำสิ่งเหล่านี้มันสามารถช่วยสร้างบรรยากาศในออฟฟิศให้แอ็กทีฟไปกับเราได้อีกด้วย


7. คนที่ขาดความซื่อสัตย์และคิดไม่ซื่อตรง

ขาดความซื่อสัตย์

เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะแทบทุกบริษัทนั้นเรื่องการเงินและเรื่องทุจริตเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คนที่ยิ่งเก่งยิ่งน่ากลัว เรื่องนี้จึงสำคัญ บางแห่งจะมีการทดสอบบางอย่างก่อนการทำงานที่คุณไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าคุณทำให้บริษัทไว้ใจคุณได้เมื่อไหร่ บริษัทจะให้ใจกับคุณเต็มร้อยแน่นอน แต่ถ้ามีเหตุทุจริตเกิดขึ้นเมื่อไหร่นอกจากองค์กรจะนำไปเล่าต่อให้กับที่อื่นเพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดซ้ำแล้ว โลกโซเชียลในทุกวันนี้อาจจะทำให้เลวร้ายลงยิ่งกว่าเดิม


8. คนที่ไม่กล้ารับผิดชอบ ไม่กล้าตัดสินใจ

คนที่ไม่กล้ารับผิดชอบ

คนที่ไม่กล้าตัดสินใจเพราะกลัวที่จะต้องรับผิดชอบ ถ้าองค์กรเต็มไปด้วยคนแบบนี้ก็ไม่สามารถเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ถ้ามัวแต่เกี่ยวกันไปมาก็จะทำให้เสียเวลา ซึ่งถือเป็นหนึ่งสิ่งที่มีค่ามากในทางธุรกิจธุรกิจเช่นกัน


9. คนที่ถือตัวว่าสูงกว่าคนอื่นเสมอ

ถือตัวว่าสูงกว่าคนอื่น

ถ้าคุณเป็นคนเก่งจริง ความมั่นใจถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าคุณพูดว่าตัวเองมีของอยู่มากกว่าสิ่งที่ตัวเองมีจริงๆ เพื่อผลตอบแทนที่สูงขึ้น คุณก็จะกลายเป็นตัวถ่วงของบริษัทเพราะสิ่งที่บริษัทได้รับนั้นน้อยกว่าที่ประเมินเอาไว้


10. คนที่ชอบตำหนิบริษัทในทางไม่ดี

ชอบตำหนิบริษัทในทางไม่ดี

หลายคนบ่นบริษัทหรือเจ้านายลงโซเชียลโดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่เล่าออกมานั้นมันก็สามารถสะท้อนภาพของตัวเองได้เหมือนกัน หลายคนที่ออกมาบ่นบ่อยๆ ก็ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่าแล้วทำไมถึงยังทำงานที่นี่อยู่ แสดงว่าไม่มีที่ไปรึเปล่า หรือความจริงแล้วที่นี่ก็มีข้อดี แล้วทำไมไม่พูดออกมา และอีกหนึ่งเหตุผลที่ไม่ควรจ้างคนกลุ่มนี้เข้าทำงานคือดูเป็นคนที่ไม่ค่อยฉลาดนัก เพราะพื้นที่ตรงนี้คนอื่นๆ สามารถเข้าไปดูได้เสมอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าฉลาดจริงก็ไม่น่าจะมาบ่นลงในพื้นที่สาธารณะแบบนี้


(ที่มา : Preecha )



Other News

LINE เปิดบริการ Wallet กระตุ้นยอดการใช้ Rabbit LINE Pay
LINE เปิดบริการ Wallet กระตุ้นยอดการใช้ Rabbit LINE Pay

ในที่สุด LINE ก็ขยายบริการ พร้อมเปิดตัว Wallet เพื่อให้ Rabbit LINE Pay

16 Oct 2019

หางานไอทีในกรุงเทพฯ ควรเรียกเงินเดือนเท่าไหร่
หางานไอทีในกรุงเทพฯ ควรเรียกเงินเดือนเท่าไหร่

ปัจจุบันงานไอทีเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก เพราะไอทีนั้นได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของทุกๆ คน ซึ่งความต้องการขององค์กรต่างๆ ที่มีต่องานทางด้านไอทีนั้นจึงมีมากขึ้นตามไปด้วย..........

16 Oct 2019