เจ้าหนี้จงอ่าน! ทวงหนี้ผ่านไลน์-เฟซบุ๊ก เสี่ยงติดคุก


เจ้าหนี้, ลูกหนี้, ทวงหนี้, เสี่ยงติดคุก, ไลน์, เฟซบุ๊ก, Social, Facebook, Line

" เป็นเจ้าหนี้แท้ๆ แต่ทำไมถึงห้ามทวงหนี้ผ่านไลน์-เฟซบุ๊ก??? " 

เงินก็เงินของเรา...แต่ทำไม๊...ทำไมล่ะ ถึงทวงหนี้ลูกหนี้ผ่านเฟซบุ๊ก ไลน์ ไอจี หรือทวิตเตอร์ไม่ได้กันนะ การที่เราให้ใครสักคนยืมเงิน แต่พอถึงเวลาครบกำหนดชำระเงินคืน ลูกหนี้กลับไม่ยอมคืนเงินตรงเวลาซะงั้น!!! ลูกหนี้บางรายก็หลบหน้าหลบตาหนีหายไปจากชีวิตเจ้าหนี้เลย เราจะโพสต์แฉทวงหนี้ผ่านโลกออนไลน์ เฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม หรือทวิตเตอร์ให้โลกได้รู้ ช่วยกันตามให้ลูกหนี้เอาเงินมาชำระคืนเราก็ไม่ได้ จะทำยังไงล่ะทีนี้...วันนี้ asearcher จะพาเจ้าหนี้ทั้งหลายไปอ่านบทความที่เป็นประโยชน์ในการทวงหนี้ลูกหนี้ให้ไม่ผิดกฎหมายกัน!!!

“ทนายคู่ใจ” เตือนเจ้าหนี้ ว่าการทวงหนี้ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม หรือทวิตเตอร์ โดยการไปโพสต์ตามหน้าไทม์ไลน์หรือคอมเมนท์ในโพสต์ของลูกหนี้ ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์สาธารณะ เพื่อนๆ ของลูกหนี้หรือบุคคลทั่วไปอาจจะเข้ามาอ่านโพสต์หรือคอนเมนท์นั้นได้ ถือว่าไม่เป็นการหมิ่นประมาท ตามแนวฎีกา 1739/2523 แต่เป็นการทำผิดตาม พรบ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11(3) แจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับการเป็นหนี้ของลูกหนี้ต่อบุคคลภายนอก โทษจำคุก 1 ปี หรือปรับ 100,000 บาท เพราะถือว่าเป็นการเปิดเผยความลับของลูกหนี้

และในอีกกรณีหนึ่งหากเจ้าหนี้เป็นคนอารมณ์ร้อน โทรไปหาลูกหนี้แล้วแล้วพูดจาด้วยคำพูดที่ไม่ดี จะมีความผิดทางกฎหมาย พรบ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 เช่นกัน มีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือหากมีการข่มขู่ด้วยวิธีการต่างๆนานา โทษก็จะหนักขึ้น เป็นโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี ปรับ 500,000 บาท

ทั้งนี้ลูกหนี้สามารถเดินทางไปแจ้งความเพื่อแจ้งจับเจ้าหนี้ตามพรบ.ฉบับนี้ได้เลย แล้วสามารถร้องเรียนผ่านคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ประจำจังหวัดได้ ทางคณะกรรมการฯจะมีอำนาจสั่งปรับได้ เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอาญา เป็นคดีที่ไม่สามารถยอมความได้ ตำรวจจะต้องส่งยื่นต่อศาลหรือให้ทางคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ประจำจังหวัดสั่งเปรียบเทียบปรับ

สำหรับการทวงหนี้ที่ถูกต้องนั้น เจ้าหนี้ต้องใช้วิธีในทางกฎหมาย โดยการให้ทนาย บริษัท หรือพนักงานกฎหมายที่มีใบอนุญาตรับทวงหนี้ออกหนังสือแจ้งเตือนให้มาชำระหนี้ตามกฎหมาย เช่น การแจ้งเป็นหนังสือปิดผนึกห้ามเปิดเผย การไม่ลงตรา สัญลักษณ์ว่าเป็นจดหมายทวงหนี้ส่งไปยังลูกหนี้ ทั้งนี้เมื่อลูกหนี้ได้รับแล้ว แล้วลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามชำระหนี้ เจ้าหนี้สามารถให้ทนายความยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามกฏหมาย และหากลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้อีก ก็ให้ขออำนาจศาลสั่งยึดอายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ได้

ทนายรณรงค์ กล่าวต่อว่าวิธีการทวงถามหนี้ อย่างแรกคือปัจจุบันจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่จะนิยมเล่นโซเชียลมีเดียมาก ถ้าหากจะทวงถามผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย ก็ควรทักไปที่ช่องแชทส่วนตัว (private) หรือส่งไปทางอีเมลส่วนตัว ซึ่งบุคคลที่ 3 จะมองไม่เห็น และสามารถโทรศัพท์ทวงได้ แต่ว่าในการใช้โทรศัพท์โทรหาลูกหนี้ ก็มีข้อกำหนดเช่นเดียวกัน โดยวันจันทร์ถึงศุกร์โทรได้ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ โทรได้ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ถ้าหากโทรเกินกว่านั้นมีโทษปรับ 100,000 บาท ไม่ได้โทรได้ 24 ชม.เหมือน พรบ.ฉบับก่อนหน้า

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เกิดเป็นคำถามที่ว่า พรบ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อลูกหนี้มากเกินไปหรือไม่? ทนายรณรงค์ กล่าวว่าพรบ.ฉบับนี้มีเจตนารมย์ในการปกป้องสิทธิของลูกหนี้ไม่ให้ถูกเจ้าหนี้ทวงหนี้ด้วยวิธีโหดร้าย ดังจะเห็นได้จากในอดีต เราอาจเคยเห็นข่าวแก๊งทวงหนี้โหดทั้งจากมอเตอร์ไซต์ที่บุกมาหา หรือบัตรเครดิตที่โทร ส่งแฟกซ์ หรือส่งจดหมายมารบกวนการทำงานของพนักงานออฟฟิศ การออกพรบ.ฉบับใหม่ของทางฝ่ายกฎหมาย ก็เพื่อแก้ปัญญาที่เกิดขึ้น

(ที่มา : pptvhd36)


Other News

เกณฑ์การเลื่อนตำแหน่งที่คนทำงานควรรู้!!
เกณฑ์การเลื่อนตำแหน่งที่คนทำงานควรรู้!!

คนทำงานส่วนใหญ่ล้วนอยากให้ตัวเองได้เลื่อนตำแหน่งกันทั้งนั้น!!

23 Oct 2019

5 เหตุผล ที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเรียนบัญชี!!
5 เหตุผล ที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเรียนบัญชี!!

5 เรื่องหลักๆ ที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเรียนบัญชี

23 Oct 2019