"ภาวะต่อมหมวกไตล้า" โรคยุคใหม่ของคนทำงาน!


ภาวะต่อมหมวกไตล้า, ต่อมหมวกไตล้า, โรค, โรคภัย, โรคภัยไข้เจ็บ, คนทำงาน, ทำงาน, อาการ, ผิดปกติ, ร่างกาย

ตื่นเช้าก็ยาก ตอนกลางวันก็ง่วง ตอนดึกๆ หลัง 18.00 เริ่มคึกคัก ท้องอืดบ่อย อาหารไม่ค่อยย่อย ปวดประจำเดือนผิดปกติ ปัสสาวะบ่อยเกินไป หรือเครียดง่าย อารมณ์แปรปรวน หากคุณมีอาการเหล่านี้เกิน 5 อย่าง อาจสงสัยได้ว่าคุณเป็น “ภาวะต่อมหมวกไตล้า” ไม่ใช่เพราะคุณขี้เกียจแต่อย่างใด

“ภาวะต่อมหมวกไตล้า” เป็นอาการผิดปกติของร่างกายอย่างหนึ่งซึ่งเกิดจากการขาดสมดุลฮอร์โมนกลุ่มต่างๆ ที่ผลิตจากต่อมหมวกไต แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็น “โรคพร่องต่อมหมวกไต” ซึ่งถ้าอยู่ในภาวะต่อมหมวกไตล้านานๆ เข้า จะสามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตการทำงานได้ เพราะทำให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และในบางคนก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ไม่ว่าจะเป็นอาการเส้นยึด มีอาการปวดตามจุดต่างๆ สะบักเอย หลังเอย กล้ามเนื้อเอย ตามตัว บางรายอาจทำให้มีภาวะซึมเศร้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ซึ่งภาวะต่อมหมวกไตล้านี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่โดยรวมเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น การทำงานหนัก พักผ่อนน้อย รับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น ไม่ทานข้าวเช้า, ทานข้าวไม่เป็นเวลา, ทานอาหารประเภทของทอด, ของมัน และน้ำตาลเยอะเกินไป และ ความเครียดจากเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตที่ส่งผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเครียดจากที่ทำงาน หรือเครียดจากการเจ็บปวด ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาว

หากใครที่คิดว่าตัวเองเข้าข่ายในการเป็นภาวะต่อมหมวกไตล้า แล้วกังวลว่าต้องไปหาหมอหรือไม่ อาจจะไม่จำเป็นเสมอไป แต่ให้ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตประจำวันของตัวเองดังต่อไปนี้ดูก่อนว่าดีขึ้นหรือไม่ หากไม่ดีขึ้นแล้วจึงค่อยไปปรึกษาแพทย์ก็ได้

ภาวะต่อมหมวกไตล้า, ต่อมหมวกไตล้า, โรค, โรคภัย, โรคภัยไข้เจ็บ, คนทำงาน, ทำงาน, อาการ, ผิดปกติ, ร่างกาย

1. ลดความเครียด

พูดง่ายแต่ทำยาก! หลายคนอาจจะบอกมาแบบนี้ แต่เชื่อเถอะว่า มีหลายวิธีที่ทำให้ความเครียดของเราลดลง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย นั่งสมาธิ การปล่อยวางตัวเองก็ถือว่าเป็นการลดความเครียดได้ด้วยเช่นกัน หรือจะไปท่องเที่ยวสักพักก็ยังไหว ตราบใดที่การท่องเที่ยวนั้นไม่ได้สร้างภาระอื่นๆ ให้กับตัวเองเพิ่ม

2. นอนหลับพักผ่อน

อย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน และไม่ควรเข้านอนหลังเที่ยงคืน! เพราะในช่วงเวลา 4 ทุ่ม - ตี2 เป็นช่วงที่ Growth Hormones หลั่ง ทำให้ร่างกายได้พักผ่อนและซ่อมแซมตัวเองอย่างแท้จริง

3. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายแบบปานกลาง (Moderate intensity exercise) เช่น พวกการ วิ่ง Jogging เดินเร็ว เต้นแอโรบิค ปั่นจักรยาน ที่พอเหงื่อซึมๆ หายใจเร็วขึ้น หัวใจเต้นเร็วขึ้น โดยที่อัตราการเต้นหัวใจอยู่ที่ 50-70 % ของอัตราการเต้นสูงสุด

4. รับประทานอาหารที่ดี

เปลี่ยนวิธีทานอาหาร ทานอาหารที่มีโปรตีน ลดอาหารจำพวกแป้ง พวกข้าวขัดขาวทั้งหลาย และน้ำตาล ทานสารอาหารหรือวิตามินที่ไปเสริมการทำงานของต่อมหมวกไต วิตามินในกลุ่ม DHA, VITAMIN C, VITAMIN B สมุนไพรที่สกัดจากชะเอม หรือเห็ดหลินจือ ที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของต่อมหมวกไต และอย่าลืมทานอาหารเช้าด้วย!

ที่มา : BrandThink


Other News

มารยาทในการอยู่ร่วมกันที่ควรรู้! ควรศึกษา และควรปฏิบัติ
มารยาทในการอยู่ร่วมกันที่ควรรู้! ควรศึกษา และควรปฏิบัติ

มารยาทในการอยู่ร่วมกัน เป็นสิ่งที่มนุษย์ยุคปัจจุบันควรรู้ ควรศึกษา และควรปฏิบัติ

21 Jul 2019

วันที่ 31 ธันวาคม วันสิ้นปี ส่งท่ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
วันที่ 31 ธันวาคม วันสิ้นปี ส่งท่ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

วันสิ้นปี หรือ วันส่งท้ายปีเก่า คือ วันสุดท้ายของปี ซึ่งตรงกับวันที่ 31 ธันวาคม

21 Jul 2019