ผ่านฉลุย! สนช. เห็นชอบผ่าน พ.ร.บ. มั่นคงไซเบอร์ แล้ว!


พรบ, ไซเบอร์, พรบมั่นคงไซเบอร์, พรบไซเบอร์, NCSC, พรบไซเบอร์2562, พรบคอม, ความปลอดภัยไซเบอร์

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติในวาระที่ 3 เห็นสมควรประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 133 เสียง ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง 16 เสียง และเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ จากนั้น จะจัดส่งให้คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

ในวันนี้เป็นการประชุมพิจารณาวาระที่ 2 และ 3 ต่อเนื่องกัน โดยที่ประชุมได้พิจารณารายมาตราในวาระ 2 ทั้งสิ้น 80 มาตรา แก้ไข 60 มาตรา เพิ่ม 6 มาตรา และตัดออก 3 มาตรา

นางเสาวณี สุวรรณชีพ ประธานกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ระบุว่า ปัจจุบันมี ความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์อันอาจกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ดังนั้น ร่างกฎหมายนี้ จะเข้ามาดูแลการดำเนินงานภารกิจให้มีประสิทธิภาพ การดูแลความปลอดภัย ถูกต้อง คล่อง และรวดเร็ว เป็นมาตรฐานสากล จึงปรับแก้หลายจุดให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้มีคณะกรรมการที่กะทัดรัด คล่องตัวในการดำเนินการ จึงปรับโครงสร้างกรรมการ ให้กระชับ ไม่ซ้ำซ้อน เพื่อสามารถดำเนินการป้องกันหรือรับมือภัยไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที

ก่อนหน้านี้ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ระบุว่า "แม้ร่างฉบับนี้จะถูกปรับแก้ไปแล้วหลายต่อหลายรอบ แต่ก็ยังคงมีปัญหาที่เสี่ยงจะถูกนำมาใช้ละเมิดสิทธิของประชาชนอยู่เหมือนเดิม"

ภายหลังร่าง พ.ร.บ. มั่นคงไซเบอร์ ผ่านความเห็นชอบ ไอลอว์ได้ทวีตข้อความว่า เป็นการผ่านร่างกฎหมาย โดยไม่มีการแก้ไขข้อห่วงกังวลของภาคประชาชนแต่อย่างใด

การผลักดันร่าง พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งมาพร้อมกับชุดกฎหมายความมั่นคงดิจิทัล 10 ฉบับ โดยข้อกังวลต่อกฎหมายดังกล่าวคือการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการเข้าถึงข้อมูลการสื่อสารโดยไม่ต้องมีหมายศาล ยกตัวอย่างเช่น มาตรา 35 (3) ที่ "ให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลการติดต่อสื่อสาร ทั้งทางไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงไซเบอร์ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด"

สมาชิก สนช. อภิปรายตั้งข้อสังเกต ประเด็นคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยได้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานแทนรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง มีหน้าที่รับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับต่างๆ โดยมีการกำหนดระดับความร้ายแรงของปัญหา 3 ระดับ คือ ไม่ร้ายแรง ร้ายแรง และ วิกฤต

หลังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กว้างขวาง พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ กลับมาอีกครั้งหลังจากเงียบหายไปสองปี เป็นฉบับปี 2560

สิ่งที่แตกต่างไปจากร่างฉบับแรกคือ ในการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ยื่นคำร้องเพื่อขอคำสั่งศาลในการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ อย่างไรก็ตาม "ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนหากไม่ดำเนินการในทันทีจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่โดยอนุมัติของคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กปช.) ดำเนินการไปก่อนแล้วรายงานให้ศาลทราบโดยเร็ว"

ไอลอว์ระบุว่า ความเปลี่ยนแปลงนี้ "ทำให้เห็นว่า ผู้ร่างพยายามจะให้ศาลเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจของเจ้าพนักงาน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเปิดช่องให้ไม่ต้องขอหมายศาลในกรณีเร่งด่วน"

ฉบับล่าสุด สอดส่องโดยไม่ต้องมีหมายศาลเช่นเดิม

ข้อแตกต่างสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบัน จากฉบับปี 2560 คืออำนาจในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนเป็นหน้าที่ของเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ โดยเลขาธิการมาจาการแต่งตั้งของ คณะกรรมการกำกับสำนักงาน ซึ่งประกอบไปด้วย ประธานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อธิบดีกรมบัญชีกลาง เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการ ก.พ.ร. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินหกคน

มาตรา 58 เป็นหนึ่งในมาตราที่ถูกตั้งคำถามเป็นอย่างมาก โดยระบุว่า "ในกรณีที่ 'มีเหตุอันควรสงสัย' ... สามารถเข้าถึง ทำสำเนา สกัดกรองข้อมูลสารสนเทศ รวมทั้งสามารถยึดคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ใด ๆ ได้ไม่เกิน 30 วัน หากเกินกว่านั้นต้องให้ศาลแพ่งพิจารณา

จะเห็นได้ว่าเป็นกระบวนการที่คล้ายกันกับร่างฉบับที่แล้วซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการไปก่อนแล้วค่อยรายงานต่อศาลได้ภายหลัง

(อ้างอิง : www.bbc.com)


Other News

28 กันยายน วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก
28 กันยายน วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก

วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก (World Rabies day)

18 Oct 2019

IT Helpdesk VS IT Support ต่างกันอย่างไร?
IT Helpdesk VS IT Support ต่างกันอย่างไร?

ถ้าให้พูดโดยสรุปแล้ว Helpdesk ก็คือทีมที่คอยรับแจ้งปัญหาจาก User แล้ววิเคราะห์เบื้องต้นว่าปัญหานั้น เกิดจากส่วนไหน หากไม่สามารถให้คำแนะนำผ่านทางการรับแจ้งได้ ก็จะดำเนินการส่งเคสต่อให้ IT Support..........

19 Oct 2019